วันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2556

การเลือกตั้งนายกมาเลเซีย

การเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย




สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 6 พ.ค. ว่าการเลือกตั้งในประเทศมาเลเซีย โดยผลคะแนนระบุว่า รัฐบาลผสมแนวร่วมแห่งชาติ (Barisan Nationa/BN) พรรคบีเอ็นของนาจิบ ราซัคได้รับชัยชนะเลือกตั้งมาเลเซีย หลังได้จำนวน ส.ส. ทั้งสิ้น133 ที่นั่ง จากที่นั่งทั้งหมด 222 ที่นั่ง และสมาชิกสภาแห่งรัฐรวม 12 รัฐ อีก 505 ที่นั่ง โดยมีผู้สมัครทั้งหมด 1,900 คน ขณะที่พรรคฝ่ายค้าน "ภาคีประชาชน" (Pakatan Rakyat/PR)นำโดยนาย อันวาร์ อิบราฮิม แม้จะแพ้การเลือกตั้งแต่ได้ที่นั่งเพิ่มขึ้นเป็น 89 ที่นั่ง เพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งคราวก่อน 7 ที่นั่ง
   รายงานยังระบุอีกว่ามีชาวมาเลเซียออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งกว่า 10 ล้านคนหรือราว 80% ซึ่งเป็นสถิติใหม่ แต่อบ่างไรก็ตามจำนวนส.ส.ที่ของพรรคบีเอ็นได้ในครั้งนี้ก็ปี 2551 ที่ได้จำนวนส.ส.ไปถึง 140 ที่นั่ง 

   ซึ่งชัยชนะครั้งนี้ทำให้นายราซัคกลับมาบริหารประเทศต่ออีก 5 ปี และถือเป็นเป็นชัยชนะการเลือกตั้งติดต่อเป็นสมัยที่13 ครั้งของพรรคบีเอ็น หรือที่พยายามอย่างหนักที่จะเอาชนะให้ได้ เพื่อจะได้ที่นั่งเพิ่มในสภาผู้แทนราษฎร รัฐบอเนียว , รัฐซาบาห์ และรัฐซาราวัค ต่างก็เป็นจุดที่มีการแข่งขันดุเดือดเช่นกัน
นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค โพสต์ในเฟซบุ๊คว่า เวลาสำหรับการลงคะแนนเสียงหมดลงแล้ว ขอบคุณที่แสดงความรับผิดชอบในฐานะชาวมาเลเซีย การเลือกตั้งดำเนินไปอย่างราบรื่นแต่ก็มีเสียงร้องเรียนจากผู้ใช้สิทธิ์บางคน ที่บอกว่า ชื่อของพวกเขาถูกขีดทิ้ง เพราะมีคนมาสวมสิทธิ์เลือกตั้งไปแล้ว

นอกจากนี้ยังมีข้อกล่าวหาอีกมาก กรณีชาวต่างชาติถูกจับได้ในขณะพยายามไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง และมีข่าวลือแพร่สะพัดในโลกสังคมออนไลน์และข้อความสั้น หรือ เอสเอ็มเอส ว่า พบชาวต่างชาติจำนวนมากอยู่ตามคูหาเลือกตั้งทั่วประเทศ

นายกรัฐมนตรีนาจิบ โพสต์ข้อความปฏิเสธในทวิตเตอร์ว่า พรรครัฐบาลของเขา ไม่ได้ส่งผีไปสวมสิทธิ์ เพื่อเอาคะแนนเสียง และยืนยันว่าเป็นการเลือกตั้งที่ยุติธรรม




นอกจากนี้นายนาจิบกล่าวถึง ครม. ชุดใหม่ ซึ่งประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการ 30 ตำแหน่ง และรัฐมนตรีช่วยว่าการ 27 ตำแหน่ง จากการคัดสรรของเขาว่า เป็น “คณะรัฐมนตรีที่ลงตัวระหว่างกลุ่มคนที่มีประสบการณ์ นักวิชาการ และตัวแทนของคนรุ่นใหม่” นาจิบประกาศรายชื่อ ครม. 10 วัน หลังจากแนวร่วมแห่งชาติชนะการเลือกตั้งทั่วไปหนล่าสุดเมื่อวันที่ 5 พ.ค. โดยพรรคร่วมรัฐบาลสามารถต้านทานความท้าทายครั้งใหญ่สุดจากฝ่ายค้านไว้ได้ โดยได้ ส.ส. เข้าสู่รัฐสภา 133 ที่นั่ง จากทั้งหมด 222 ที่นั่ง  ครม.ชุดใหม่จะมุ่งเน้นการทำงานเพื่อตอบสนองต่อความวางใจของประเทศ รับประกันความต่อเนื่อง และต่อสู้การทุจริตคอร์รัปชัน


กระทรวงสำคัญที่มีการปรับเปลี่ยนตัวรัฐมนตรี รวมถึง กระทรวงกลาโหม และ มหาดไทย ส่วนรัฐมนตรีหน้าใหม่ที่โดดเด่น ได้แก่ นายไครี จามาลุดดิน หนึ่งในนักการเมืองที่เชี่ยวชาญด้านอินเทอร์เน็ตมากที่สุดของมาเลเซีย ได้รับมอบหมายให้คุมกระทรวงเยาวชนและการกีฬา นายอับดุล วาฮิด โอมาร์ ประธานธนาคารยักษ์ใหญ่ “เมย์แบงค์” ของมาเลเซีย ได้รับแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ส่วนรัฐมนตรีที่ค่อนข้างสร้างความแปลกใจ ได้แก่ นายพอล โลว์ นักรณณงค์ต่อการการทุจริต ได้รับตำแหน้งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ นาย พี. เมย์ธา มูร์ธี นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยประจำสำนักนายกฯ